|
คุยเฟื่องเรื่องสมุนไพร |
|
|
ภญ.จารุณี สมมิตร |
|
ตอน... Phytoestrogens คืออะไร
|
|
Phytoestrogens เป็นสารประกอบธรรมชาติประเภท Lignans และ Isoflavones ซึ่งสามารถออกฤทธิ์ทางชีววิทยาได้คล้าย estrogens มักพบในพืชหลายชนิด เช่น ถั่วเหลือง, ชะเอม, Black cohosh, โสมตังกุย มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่า Phytoestrogens สามารถลดการเกิดกระดูกพรุน โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ และความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะประเภทที่มีความเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน เช่น มะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้จากการศึกษาทางระบาดวิทยา พบว่า ผู้หญิงญี่ปุ่นมีอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งเต้านมน้อยกว่าผู้หญิงในประเทศตะวันตก เช่นเดียวกับผู้ชายญี่ปุ่นก็มีอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่าผู้ชายในประเทศตะวันตก ทั้งนี้อาจเนื่องจากวัฒนธรรมการกินอาหารของชาวญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเภทถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ ซุป (miso) และยังมีรายงานว่า genistein (เป็น isoflavones ชนิดหนึ่ง) สามารถยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง ส่วน daidzein (isoflavones อีกชนิดหนึ่ง) สามารถป้องกันโรคกระดูกพรุนโดยไปเสริมการสร้างกระดูก ขณะเดียวกันก็ช่วยลดการเสื่อมของกระดูก และทั้ง 2 ตัวนี้ สามารถป้องกันโรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ โดยยับยั้งการจับตัวของเม็ดเลือด และลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด |
Phytoestrogen พบที่ใดบ้างนะ...
อาหารประเภทถั่วเหลือง มี Phytoestrogen ซึ่งออกฤทธิ์คล้าย estrogen ชนิดอ่อน
สามารถบรรเทาอาการช่องคลอดแห้งและโรคกระดูกพรุนได้
อาหารประเภทถั่ว (Legumes; Lentils, Garbanzo, Black beans) เป็นแหล่งของโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสตรีวัยทอง
อาทิเช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โปแตสเซียม วิตามินบีคอมเพล็กซ์ สังกะสี และเหล็ก
ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการที่ประจำเดือนมามากผิดปกติได้
เมล็ดธัญญาพืชทั้งเปลือก มี Phytoestrogen ประเภท Lignans ซึ่งมีฤทธิ์ estrogen
อย่างอ่อน และมีเส้นใยสูง จะช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอล และ estrogen ในร่างกาย
กรดไขมัน ได้แก่ linoleic acid (พบใน เมล็ดลินิน เมล็ดฟักทอง เมล็ดงา
เมล็ดทานตะวัน) และ linolenic acid (พบในปลาชนิดต่าง ๆ และพืชบางชนิด เช่น
เมล็ดลินิน เมล็ดฟักทอง ถั่วเหลือง และผักใบเขียว) กรดไขมันที่จำเป็นเหล่านี้ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง
แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำงานของร่างกาย โดยเมื่อ estrogen มีระดับลดลง กรดไขมันเหล่านี้จะทำหน้าที่จะทำหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังช่องคลอด
และเยื่อบุช่องคลอด
เอกสารอ้างอิง
1. Lise Alschules, N.D. Herbal Medicine into the New Millennium. Lismore, Australia. 16-18 June 1999; 91-97.
2. Website "www.vegansociety.com/info/info18.html".