จับยามาเป็นเรื่อง

ภญ.จินตนา   แสงโพธิ์

ตอน... เมื่อเม็ดยาอ้อน "หนูก็ร้อนเป็นนะ"

        แหม… ดูว่าประเทศไทยเราปัจจุบันนี่จะเหลือเพียง 2 ฤดูแล้วล่ะค่ะ ฤดูอะไรเหรอ ?!? ก็ฤดูร้อน กับ ฤดูร้อนมาก..ก… น่ะสิคะ

        หลังจากที่ลมหนาวได้พัดผ่านมาทักทายเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ทำให้หลายคนเริงร่าไปหยิบเอาเสื้อกันหนาวตัวเก่งมาปัดฝุ่นรอใส่ ได้ใส่เป็นสีสันแปลกตาอยู่ไม่กี่วัน(ย้ำ… ไม่กี่วันจริง ๆ!) ก็ต้องอัญเชิญเข้ากรุสมบัติต่อ ไม่รู้ว่าโรงพยาบาลของเราไปเซ็นสัญญาจับจองตัวพระอาทิตย์ให้มาลอยหัวโด่อยู่เฉพาะที่นี่หรือเปล่า มันถึงได้ร้อนจนตับไตไส้พุงจะสุกซะขนาดนี้ ยิ่งฝ่ายไหนที่มีบุคลากรที่นิยมเลี้ยงพระอาทิตย์น้อย ๆ ไว้บนหน้าผาก ^_^ ด้วยแล้วล่ะก้อ… คนในฝ่ายนั้นคงยิ่งร้อนสาหัสสากรรจ์เอาการเลย ฮ่า… อ๊ะ! จะว่าไปก็เข้าตัวแฮะ

         เฮ้อ…อากาศร้อนขนาดนี้ ก็คงไม่มีอะไรจะดีเท่ากับการนอนเกยตื้นหน้าพัดลม แล้วเปิดพุงผึ่งลมเล่นเย็น ๆ ใจหรอกนะคะ

          เอ… คนยังร้อนกันขนาดนี้ แล้วยาจะร้อนเป็นด้วยหรือเปล่านะ …คุณ ๆ สงสัยอย่างนี้กันบ้างไหมคะ

          ไม่สงสัยหรอกย่ะ ยาก็คือยา ไม่ได้มีชีวิตอย่างคนเรา ดั๊นไม่เห็นว่าจะเป็นปัญหาอะไรเลยนี่ …โฉมสะคราญเสียงทรมานใจตอบกลับมาอย่างมาดมั่น ก่อนจะโยนถุงยาไปไว้บริเวณใต้กระจกด้านหน้าของรถคันงาม แล้วสตาร์ทรถเสียงกระหึ่ม

          ปล่อยไว้ไม่ได้ค่ะ… อย่างนี้ปล่อยไว้ไม่ได้! ทั้งนี้ก็เพราะถ้าปล่อยให้เธอจากไปก็คงร้อนถึงเภสัชกรคนงามต้องปั่นจักรยานฮ่าง (โถ…อนาถยิ่งกว่ามอเตอร์ไซค์ฮ่างอีกนะนั่น!) ตามหลังรถคันโก้จนน่องโตแน่ ๆ

          จำต้องเคาะกระจกรถป๊อก ๆ บอกเธอว่า คุณพี่ขา ที่วางของหน้ารถนั้นไม่ใช่ที่ที่ควรจะเก็บยาเลยนะคะ เพราะมันร้อนแสนร้อน..น… แม้ยาจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิต (คงงั้นแหละ… เพราะเวลาเจอความร้อนเราก็ไม่เคยได้ยินมันบ่นกระปอดกระแปดเรียกหาพัดลมกับน้ำเย็น ๆ สักแก้ว เอื้อก…ชื่นจาย..ย… อย่างคนเรา) แต่ความร้อนก็ทำให้ยาเสื่อมสภาพ รักษาโรคไม่หายและอาจเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้ด้วยนะคะ

          อ้าว..ว… งั้นรึ อย่ากระนั้นเลย เอายาเข้าไปแช่ในตู้เย็นเลยดีกว่าแฮะ ปล่อยให้มันร้อนมาก เดี๋ยวมันจะไม่เพียงแค่ละลายในปาก(แหวะ! …ขม) แต่อาจจจะละลายในมือด้วยน่ะซี …ด้วยความเห็นอกเห็นใจว่ายาจะร้อนเหมือนตัวเอง ผสมกับความรู้สึกเก็บกดที่อยากจะเอาตัวเข้าไปแช่ในตู้เย็นบ้างแต่ทำไม่ได้ ฮ่า… ก็เลยทำให้ใครบางคนกลายเป็นผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายโดยไม่รู้ตัว!

          อ้าว..ว… ไหงว่างั้นล่ะหือ??? หวังดีประสงค์ร้ายยังไง …ไม่เข้าใจอ่ะ!?!

          อย่างนี้ค่ะ… หลักในการเก็บรักษายาที่ถูกต้อง นอกจากว่าควรจะเก็บให้พ้นแสงสว่างแล้ว ก็ยังควรเก็บในที่เย็นก็จริง แต่ที่นั้นก็ควรเป็นที่แห้ง-ไม่ชื้นด้วยนะคะ จึงไม่ควรจะเก็บยาในห้องน้ำ หรือในตู้เย็น ยกเว้นยาบางรายการที่มีการระบุให้เก็บในตู้เย็นค่ะ

          การเก็บยารายการที่ไม่ได้มีการระบุว่าต้องเก็บในตู้เย็นไปไว้ในตู้เย็นโดยหวังผลจะหลีกเลี่ยงการเสื่อมสภาพจากความร้อน ก็อาจกลายเป็นเร่งให้ยานั้นเสื่อมสภาพจากความชื้นไปซะอีกแน่ะ โถ… ก็หวังดีอ่ะ ไม่น่าเลย..ย…

          ร้อนไปก็ไม่ได้ เย็นไปก็ไม่ดี เอาใจยากเหมือนกันนะเนี่ยเจ้า “ยา” เอ๋ย…

          ไหน ๆ ก็คุยกันถึงเรื่องหลักของการเก็บยากันไปบ้างแล้ว ก็ขอเล่าต่ออีกสักหน่อยนะคะ หา… ไม่อยากจะฟังแล้วเหรอ โธ่… ฟังหน่อยน่า คนเล่ากำลังน้ำลายแตกฟองเลย ฮ่า…

          สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งของการเก็บยานั้นก็คือ เก็บในที่สูงพ้นมือเด็กนะคะ ก็ยาสมัยนี้น่ะมีหลากสีหลายรูปแบบน่ารับประทานออก เด็กอาจนึกว่าเป็นขนม (คุณแม่ใจดำ ซื้อขนมมาก็ไม่แบ่งหนูด้วย ฮึ่ม…) แอบหยิบไปรับประทานเล่นได้น่ะสิคะ แล้วก็จะร้อนถึงคุณพ่อคุณแม่ที่จะเต้นจังหวะชะชะช่าเป็นเจ้าเข้าก่อนจะแจ้นไปพบคุณหมอ ช่วยคุณลูกขาทีค่า… ให้วุ่นวายไป

          นอกจากนี้ก็ไม่ควรเก็บยาต่างชนิดกันไว้ในภาชนะบรรจุเดียวกันด้วยนะคะ หากแต่ควรเก็บยาในภาชนะบรรจุที่ได้มา อ้อ! หากยาเม็ดที่คุณได้รับอยู่ในรูปแบบบรรจุแผง ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะแกะเม็ดยาออกหมดเพื่อให้เก็บง่าย ไม่เปลืองเนื้อที่นะคะ เพราะการบรรจุยาในแผงก็จะช่วยป้องกันความชื้นและแสงแดดได้ระดับหนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นข้อดีอยู่แล้วน่ะค่ะ แหม… ทำเป็นขำ มีบางคนเค้าทำอย่างนี้จริง ๆ นะตัวเอง ปิดฝาหรือซองให้สนิทเมื่อไม่ได้ใช้ยา และไม่ควรดึงฉลากออก เพราะจะทำให้สับสนเมื่อมีความต้องการใช้ยา เนื่องจากไม่รู้ว่ายาตัวไหนคือยาที่เราต้องการใช้กันแน่ แล้วจะต้องใช้อย่างไรกันล่ะเนี่ย ก็ข้อมูลที่จำเป็นในการใช้ยาถูกดึงออกไปแล้วนี่ โธ่… เมื่อรู้สึกตัวก็สายเสียแล้ว..ว…

          เมื่อรู้วิธีการเก็บยา ก็น่าจะได้รู้วิธีการกำจัดยา (เจ้าคือจุดอ่อน เชิญออกไปจากบ้านชั้นย่ะ!) ด้วยนะคะ ก็ในกรณีที่แพทย์บอกให้คุณหยุดใช้ยา คุณก็ควรได้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าจะเก็บยาที่เหลือไว้ใช้ได้อีกหรือไม่ ถ้าไม่ได้… ตำราบางเล่มแนะนำให้ทิ้งยานั้นลงในโถส้วมค่ะ ธ่อ… ก็ฉันมันไร้ค่าแล้วนี่! แล้วกดน้ำหรือราดน้ำไล่ยาทิ้งไปให้หมด ที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพื่อป้องกันคนอื่นเอาไปใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

          ไม่ควรจะให้ยาที่เหลือกับคนอื่นนะคะ เพราะยาที่ใช้ แพทย์จะสั่งให้เพื่อการรักษาเฉพาะโรค เฉพาะราย ซึ่งอาจไม่เหมาะสมที่จะนำไปใช้กับผู้อื่น เฮ้อ… ก็รู้อยู่ว่า “คนไทย ใจดี” อย่างที่โฆษณาบอกไว้ แต่บางที “น้ำเอย…น้ำใจ” ก็ไม่ควรนำมาใช้กับเรื่องยานะคะ