APR น่ารู้

ภญ.ประจงจิตร   เขาเขียว

ตอน... ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการแพ้ยา

          หลายครั้งที่เภสัชกรได้รับคำถามว่า "รับประทานยาขนานใดขนานหนึ่งเข้าไปแล้วมีอาการ... ต้องหยุดรับประทานยาทันทีหรือไม่" คำตอบที่ได้รับ อาจจะไม่จำเป็นต้องหยุดยาเสมอไปค่ะ ก่อนอื่นคงต้องอธิบายคำว่า อาการข้างเคียงของยา กับ อาการแพ้ยา ให้ผู้อ่านได้ทราบถึงความแตกต่างกันก่อน

clown.wmf

         อาการข้างเคียงของยา เป็นสิ่งที่สามารถคาดการณ์ได้จากคุณสมบัติของยา ซึ่งเกิดขึ้นได้ในการใช้ยาขนาดปกติในการรักษา แต่เป็นผลที่นอกเหนือจากผลการรักษาที่ต้องการ ซึ่งแพทย์และเภสัชกรมักจะแนะนำขณะสั่งยาหรือจ่ายยาให้ผู้ป่วยทราบล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดความวิตกกังวล เช่น อาการมึนงงศีรษะเมื่อได้รับยาลดความดันขนานใหม่ อาการปวดศีรษะจากการได้รับยาขยายหลอดเลือด และเนื่องจากอาการเหล่านี้ เราทราบว่าเกิดจากคุณสมบัติของยา จึงสามารถหาทางป้องกันหรือหลีกเลี่ยงได้ เช่น การรับประทานอาหารทันทีเพื่อลดอาการข้างเคียงของยาบางชนิดที่มีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะอาหาร หรือควรรับประทานยาในเวลาเย็นหรือก่อนนอนในกรณีใช้ยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึม

          ส่วนอาการแพ้ยา เป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ไม่ได้ขึ้นกับขนาดของยา ถึงแม้ว่าจะได้รับยาชนิดนั้นในปริมาณมากหรือน้อย ก็เกิดอาการแพ้ได้ ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดขึ้นกับผู้ใดบ้าง แต่อาจคาดการณ์ได้จากการแพ้ยาชนิดใดชนิดหนึ่งมาก่อน อาการแพ้ยาที่พบคือ ปฏิกิริยาที่ร่างกายพยายามต่อต้านกับสิ่งที่มากระตุ้น เช่น อักเสบ บวม แดง คัน อาจจะมีอาการเล็กน้อยในครั้งแรก และเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้รับยาครั้งถัดไป อาจเกิดหลังรับประทานยาไปแล้วหลายวัน หรือเกิดขึ้นในระยะเวลาที่ห่างไปนาน คือ เมื่อได้รับประทานยานี้เป็นครั้งที่สอง แต่บางครั้งก็มีอาการรุนแรงและรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากการให้ยาฉีด ซึ่งถ้าไม่รีบแก้ไขให้ทันท่วงที อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

teach.wmf

          ดังนั้น เมื่อท่านใช้ยาแล้วพบว่ามีอาการผิดปกติ ควรรีบสอบถามแพทย์และเภสัชกรถึงความจำเป็นในการหยุดยา เพื่อให้มั่นใจว่าท่านจะได้รับความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้ยา