จับยามาเป็นเรื่อง

ภญ.จินตนา   แสงโพธิ์

ตอน... ถึงคราว "ตา" มาเล่าเรื่อง

          โบราณกล่าวไว้ว่า… ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ นั่นสิ…หลาย ๆ ท่านพยักหน้าหงึกหงักแบบเห็นด้วย ก็เพราะเหตุนี้ เราจึงมักใช้ดวงตาสื่อภาษาใจกันเสียยกใหญ่ โดยเฉพาะในเดือนแห่งความรักที่ผ่านมา แต่บรรยากาศหวามไหวสีชมพูหวานนี้ก็ทำให้ประกายไฟในดวงตาของบางคนลุกวาบ ๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ

          ผู้ที่มีอาการเจ็บหรือเคืองตา ตาแดง และอาการอื่นใดที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของดวงตาก็ต้องลองสำรวจดูแล้วล่ะค่ะว่าเกิดจากการมองตาหวานเชื่อมแบบหักโหม หรือมีอาการอิจฉาตาร้อนออกนอกหน้าหรือเปล่า ถ้าไม่แน่ใจหรือหาสาเหตุไม่พบก็ควรไปพบแพทย์เสียนะคะ และถ้าแพทย์สั่งจ่ายยาเฉพาะที่สำหรับตามาให้แล้วก็ควรใช้ให้ถูกวิธี อ้าว…แล้วอย่างไรล่ะที่เรียกว่าเป็นการใช้อย่างถูกวิธี… หลายท่านคงสงสัยล่ะสิ จะอยากรู้หรือไม่ก็ตาม ^_^ อ่านต่อไปเรื่อย ๆ เลยนะคะ

          วิธีง่าย ๆ ในการใช้ยากับดวงตาคือการหยอดและป้าย ตัวยาที่ใช้ก็มีด้วยกันหลายกลุ่ม ซึ่งแพทย์จะได้ทำการวินิจฉัยโรคและสั่งจ่ายยาที่เหมาะสมให้กับท่านค่ะ

          ยาหยอดตามีทั้งแบบน้ำใสและแบบยาน้ำแขวนตะกอน ซึ่งแบบหลังนี้จะมีตะกอนขุ่นขาว เพื่อให้ได้ความเข้มข้นที่สม่ำเสมอก็ให้เขย่าตัวยา จะได้กระจายตัวก่อนใช้ด้วยนะคะ หากใช้ไปสักพักแล้วยาเปลี่ยนแปลงลักษณะไปจากเดิม เป็นต้นว่า ถ้าเดิมเป็นยาน้ำใสซึ่งไม่มีตะกอน แล้วต่อมากลายเป็นยาน้ำที่ตกตะกอนขุ่น ก็ให้ทิ้งยานั้นได้เลยนะคะ เพราะนั่นเป็นการแสดงถึงการเสื่อมสภาพของยาแล้วล่ะค่ะ

          ข้อควรปฏิบัติและข้อพึงระวังในการใช้ยาหยอดตาก็คือ ล้างมือให้สะอาดก่อนหยอดหรือป้ายตาทุกครั้งนะคะ และยาที่เปิดใช้แล้วควรเก็บในตู้เย็นโดยเก็บไว้ไม่นานเกิน 1 เดือนค่ะ เพราะอาจมีเชื้อโรคเข้าไปเติบโตและทำอันตรายต่อดวงตาผู้ใช้ได้น่ะสิคะ ซึ่งเชื้อโรคนี้ก็อาจอยู่ในอากาศทั่ว ๆ ไปหรือติดมากับการสัมผัสจากปลายนิ้วหรือดวงตาของผู้ใช้เองก็ได้ ดังนั้น จึงควรระวังไม่ไปแตะต้องสัมผัสปลายหลอด และไม่ให้ปลายหลอดหยดหรือป้ายตานั้นไปสัมผัสกับดวงตาในขณะใช้ด้วยนะคะ นอกจากนี้ก็ไม่ควรใช้ยาร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจทำให้มีการติดโรคกันได้ค่ะ

          อีกทั้งควรจำไว้ว่า หากท่านต้องใช้ยาหยอดตาหรือยาป้ายตาร่วมกันมากกว่า 2 ขนานขึ้นไป ก็ให้หยอดห่างกัน 5-10 นาที และให้ใช้ยาหยอดตาก่อนยาป้ายตานะคะ

          นี่ก็เป็นเพียงข้อควรจำบางส่วนในการใช้ยา หากท่านยังมีปัญหาอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ ก็ปรึกษาเภสัชกรใกล้ ๆ บ้านได้ค่ะ ขอแต่เพียงอย่าปรึกษาว่าทำอย่างไรหัวใจจะไม่เปลี่ยวเหงา เพราะเภสัชกรบางรายก็มีปัญหาไฟลุกไหม้ในดวงตาช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมาเช่นกันล่ะค่า…^_^