จับยามาเป็นเรื่อง
ภญ.จินตนา แสงโพธิ์
ตอน... ท้องเดินเกินห้ามใจ (ไม่ให้ไปห้องน้ำ)
ช่วงนี้โรงพยาบาลของเรามีสีสันมากค่ะ
ตรงไหนอ่ะ?!? มองมุมไหนก็เห็นแต่ต้นไม้ยืนแห้งเหี่ยว ทอดอาลัยตายอยากกลางเปลวแดดอยู่ทั่วไปหมด บอกมาได้ว่ามีสีสัน เมาแดดหรือเปล่าเฟ้ย! หลายคนก็สงกะสัยมาอย่างนี้
แหม มีสีสันจริง ๆ นะคะ ก็ดูนั่นสิ มีน้องใหม่เดินกันให้ขวักไขว่ไปหมด แต่ละคนหน้าตาจิ้มลิ้มออกอย่างนั้น ยังไม่มีสีสันพอหรอกเหรอคะ
หงึกหงัก หงึกหงัก ดูสิ! ทีนี้ล่ะไม่ตอบ เอาแต่อ้าปากค้าง พยักหน้ากันงก ๆ เป็นกิ้งก่าบนคาคบไม้ไปได้ เอ้า! เช็ดน้ำลายกันหน่อยนะลุง..ง
ก็คงเพราะเหตุนี้ล่ะมั้งถึงทำให้รุ่นเก๋าแก่พรรษาทั้งหลายในโรงพยาบาลเรา หน้าตาแช่มชื่นไปตาม ๆ กัน ดวงตางี้มีประกายระยิบระยับไม่แพ้แสงไฟในดิสโกเธคกันเลยเชียว ^_^
เมื่อสบโอกาสอันดีที่มีน้อง ๆ วัยละอ่อนมาเป็นอาหารตาให้พี่ ๆ ก็เลยทำให้ลุง เอ๊ย! พี่หลาย ๆ คนออกอาการ "ป๋า" ทุ่มงบเทกระเป๋า(แห้ง ๆ)เลี้ยงอาหารปากให้น้อง ๆ กันใหญ่ ก็ไม่ว่ากันค่ะ(อิจฉานิ้ด..ด เดียวเอง ^_^) แต่ระมัดระวังกันหน่อยนะคะ เพราะหากอาหารปรุงไม่ถูกสุขลักษณะ หรือคุณพี่สาว ๆ เกิดอาการหมั่นไส้ความเยาว์วัย แก้มใส ผิวเต่งตึงของน้อง ๆ เลยจงใจวางยา อาจทำให้น้องบางคนหน้าซีด เดินกระปรกกระเปรี้ยมาบอกเสียงแผ่วว่า "คุณหมอขา ขอยาแก้ท้องเสียหน่อย หนูถ่ายมาหลายรอบแล้วค่ะ"
เวลาอยู่ใกล้หมอ ก็หมดห่วงค่ะ จะกี่โรคร้ายก็หายดีได้
แต่สำหรับคุณ ๆ ที่มีอาการถ่ายอุจจาระเหลว ถ่ายอุจจาระมาก หรือบ่อยกว่าปกติ ในยามที่อยู่ที่บ้านล่ะ จะทำไงดี??? จะกำกระดาษชำระไว้ในมือขวา แล้วใช้มือซ้ายโบกรถไปส่งที่โรงพยาบาลเลยดีไหม?!? หูย อนาถชีวิต
เมื่อเรามีอาการท้องร่วง จะให้ร่างกายมีการสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากการถ่ายอุจจาระบ่อยครั้ง ซึ่งหากรุนแรงมากก็อาจทำให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ค่ะ ดังนั้น การป้องกันภาวะขาดน้ำและเกลือแร่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด การทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปด้วยการดื่มน้ำผสมผงน้ำตาลเกลือแร่หรือที่เรียกว่า โอ อาร์ เอส เป็นวิธีการรักษาเบื้องต้นที่ดีและปลอดภัยค่ะ แต่จะต้องผสมน้ำให้ถูกต้อง ระวังไม่ให้สารละลายมีความเข้มข้นมากเกินไป เพราะแทนที่จะเป็นการทดแทนกลับจะยิ่งดึงน้ำให้ถูกขับออกจากร่างกายมากยิ่งขึ้น และใช้ตามวิธีที่ถูกต้องซึ่งจะมีระบุไว้ที่ฉลากหรือซองยาค่ะ
|
|
ในการผสมผงยากับน้ำ ให้ใช้น้ำสะอาด หรือน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วมาผสมตามอัตราส่วนที่เหมาะสม อาจจะเป็นน้ำหนึ่งแก้ว (150-250 มิลลิลิตร) หรือน้ำหนึ่งขวดน้ำปลา (750 มิลลิลิตร) ซึ่งก็จะมีระบุไว้ที่ซองยาค่ะ ดื่มมาก ๆ หรือถ้าอาเจียนด้วยก็ให้ดื่มทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง หากผสมแล้วก็ควรใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง เพราะอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคในบรรยากาศหากเก็บไว้นาน ๆ และในเด็กเล็กก็ควรให้ดื่มสลับกับน้ำเปล่านะคะ โดยปกติก็ควรใช้ประมาณวันละ 3 ซอง เพื่อป้องกันการได้รับเกลือแร่มากเกินความเหมาะสมนั่นเองค่ะ แต่เนื่องจากระดับเกลือแร่ในร่างกายจะมีผลกับภาวะของโรคบางอย่าง เช่น โรคไตและโรคหัวใจ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคดังกล่าวก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาด้วยนะคะ |
ผงน้ำตาลเกลือแร่จัดเป็นหนึ่งในรายการยาสามัญประจำบ้านที่ควรมีไว้เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยที่ไม่รุนแรง หรือรักษาตนเองเบื้องต้นค่ะ ดังนั้น เมื่อเกิดอาการท้องร่วงก็ลองค้นหาในตู้ยาสามัญประจำบ้านของคุณดูนะคะ
แต่ไม่มีปัญหาค่ะ ถ้าไม่มีโอ อาร์ เอส สำรองไว้ ก็ให้เข้าครัวเลย อุ๊ย! ไม่ได้ชวนไปปรุงอาหารนะคะ แต่ชวนไปทำน้ำตาลเกลือแร่อย่างง่าย ๆ ใช้เองต่างหาก มีส่วนผสมดังนี้ค่ะ
|
|
เกลือแกง 1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว 1 ขวดลิตร หรือถ้ามีน้ำข้าว ก็เอามาใส่เกลือเล็กน้อย ดื่มแทนได้เช่นกันนะคะ |
การดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ในระยะแรก ๆ ของการเกิดท้องร่วง งดอาหารแข็ง อาหารที่มีกากมาก อาหารที่ย่อยยาก นม หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การปฏิบัติตัวเหล่านี้จะช่วยให้อาการทุเลาลง และหายไปได้เองโดยไม่ต้องใช้ยาอื่นรักษา
แต่อาการท้องร่วงที่เกิดจากสารพิษหรือเชื้อโรคต่าง ๆ ก็ควรได้รับยาที่รักษาตามสาเหตุร่วมด้วย ดังนั้น ในรายที่มีไข้สูงหรือถ่ายเป็นมูกเลือด หรือใช้ผงน้ำตาลเกลือแร่รักษาเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์นะคะ ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะซื้อยาระงับอาการท้องเดิน หรือยาหยุดถ่าย มาใช้เอง เนื่องจากในบางกรณี ภาวะที่เกิดอาการท้องร่วงท้องเดินก็จัดเป็นการกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งอันเป็นพิษต่อร่างกายออกไป หากท่านไปใช้ยาระงับอาการท้องเดินเพื่อหวังให้หยุดถ่าย เชื้อโรคหรือสารพิษก็จะตกค้างหรือสะสมอยู่ในร่างกาย และเกิดอันตรายรุนแรงได้ค่ะ