แอบมองยาใหม่
ภญ.อำนวยพร แดงสีบัว
สำหรับยาใหม่ที่จะแนะนำให้รู้จักกันในฉบับนี้ เป็นยาที่มีชื่อจริงย๊าว..ยาวว่า Sodium polystyrene Sulfonate ...ไม่คุ้นกันเลยใช่มั้ยคะ แต่ถ้าบอกว่า...Kayexalate หลายท่านคงร้องอ๋อ
ยาตัวนี้ก็มีข้อบ่งใช้คือ ใช้ในผู้ป่วยที่มีระดับโพแทสเซียมในร่างกายสูง เป็นยากลุ่ม cation-exchanged resins ไม่ดูดซึมในทางเดินอาหาร ขับโพแทสเซียมอิออนออกจากร่างกายได้โดยมีกลไกในการออกฤทธิ์คือ การแลกเปลี่ยนโซเดียมอิออน(Na+)ในโมเลกุลของยากับโพแทศเซียมอิออน (K+)ในช่วงที่ตัวยาเคลื่อนที่ผ่านลำไส้
โดยใน 1 กรัมของ Kayexalate จะจับกับโพแทสเซียมได้ประมาณ 0.5-1 mEq และให้โซเดียมประมาณ 2-3 mEq ดังนั้นยาตัวนี้ควรต้องระวังในการใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว ความดันโลหิตสูง โรคไตวายเรื้อรัง บวม หรือผู้ป่วยที่ต้องจำกัดปริมาณเกลือในร่างกาย
นอกจากนี้ยังต้องระวังการใช้ในผู้ป่วยสูงอายุเพราะอาจทำให้อุจจาระเป็นก้อนแข็งเกิดการการอุดตันของลำไส้ได้
|
|
ลักษณะของยาตัวนี้เป็นผงยาสีเหลืองอ่อนน้ำหนักเบาฟุ้งกระจายได้ง่ายการให้ยาตัวนี้จะต้องผสมกับสารละลายให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนดื่ม แต่ห้ามใช้สารละลายที่มีประกอบของสารโพแทสเซียม เช่น น้ำส้ม เพราะจะลดประสิทธิภาพของยาค่ะ สารละลายที่มักใช้กันคือ 20% Sorbitol โดยมีเทคนิคการผสมอยู่เล็กน้อยคือในการผสมต้องค่อย ๆ เทสาร Sorbitol ลงผสมกับผงยา เพราะถ้าเทผงยาลงในสารละลายผงยาจะไม่กระจายตัวจะทำให้ยากต่อการทำให้เป็นเนื้อเดียวกันค่ะ |
ข้อดีของการผสมกับสารละลาย 20% sorbitol คือ Sorbitol มีคุณสมบัติดูดน้ำเข้าหาตัวดังนั้นเวลาคลื่นผ่านลำไส้ก็จะดึงน้ำให้อยู่ในลำไส้กระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวยาขับสารละลายนี้ออกมาทำให้ไม่เกิดการอุดตันลำไส้นั่นเอง
Kayexalate สามารถให้ได้ทั้งทางปากและทางทวารหนัก ซึ่งการสวนทางทวารหนักจะสามารถลดปริมาณสารโพแทสเซียมได้เร็วกว่าทางปาก แต่การให้ทางปากจะสามารถลดปริมาณโพแทสเซียมได้มากกว่า และหลังจากสวนทวารควรสวนล้างด้วยน้ำหรือสารละลายที่ไม่มีส่วนประกอบของโซเดียมเพื่อชำระผงยาที่เหลืออยู่ในลำไส้ออกด้วยค่ะ
ส่วนขนาดของการให้ยาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วย ในเด็กขนาดการให้จะเป็น 1 g/kg/dose หรืออาจคำนวนตามหลักคร่าว ๆ คือ 1 กรัมของยาสามารถจับสารโพแทสเซียมได้ 1 mEq..จ้า ในผู้ใหญ่เองขนาดยาที่ใช้ทางปากคือ 15 40 กรัม วันละ 1-4 ครั้ง ทางทวารหนัก คือ 30-50 กรัม วันละ 4 ครั้ง
|
ในการใช้ยาไม่ควรให้คู่กับยาลดกรดหรือยาระบายที่มีส่วนประกอบของ cation เช่น อลูมิเนียมคาร์บอเนต หรือแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ เพราะอาจทำให้เกิด systemmic alkalosis หรือทำให้ผู้ป่วยชักได้ อาการข้างเคียงที่พบได้จากการใช้ยานี้ เช่น ท้องผูก คลื่นไส้ อาเจียน ภาวะสารอิเลคโตไลท์ในเลือดขาดสมดุล เช่น โพแทสเซียมในเลือดต่ำ ภาวะโซเดียมในเลือดสูง เป็นต้น ดังนั้น ควร monitor ระดับสารอิเลคโตไลท์ในร่างกายอย่างใกล้ชิดขณะที่มีการใช้ยาค่ะ |
|
ยาจะดีได้ ต้องใช้ให้ถูก แล้วเจอกันใหม่ฉบับหน้าค่า