|
|
ในชีวิตประจำวันของเรามักพบกับอุบัติเหตุและสิ่งที่ไม่คาดฝันเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่เสมอ เช่น บางทีเดินใจลอยสะดุดหกล้มทำให้ฝ่ามือหรือเข่าถลอก ถูกมีดบาดขณะทำกับข้าว ถูกกิ่งไม้ขีดข่วนตามแขนขา หรือแม้แต่การใส่รองเท้าคู่ใหม่ที่คับเกินไป และการจับใช้เครื่องมือชนิดต่าง ๆ นานเกินไป เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดบาดแผลถลอก แผลมีเลือดออก หรือแผลพองได้ |
แผลพอง
แผลพองเป็นหนทางที่ร่างกายของเราใช้เตือนว่า เราใช้งานผิวหนังบริเวณนั้นรุนแรง หรือนานเกินไป ส่วนใหญ่แล้ว แผลพองมักเป็นผลมากจากการทำกิจกรรมใหม่ ๆ
การรักษาแผลพอง ทำได้โดย...
แผลถลอกและแผลมีเลือดออก
สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรทำเมื่อเกิดบาดแผล คือ การห้ามเลือด และการทำความสะอาด
เมื่อเกิดบาดแผล เช่น มีดบาด ตะปูทิ่มตำ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ควรไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก เมื่อฉีดวัคซีนแล้วจะสามารถป้องกันการเกิดโรคบาดทะยักได้ถึง 8 ปี
ในบางครั้ง การทำความสะอาดแผลโดยใช้น้ำอาจทำให้เจ็บแผลอย่างมาก การใช้น้ำเกลือล้างแผล ชำระล้างแผลแทนการใช้น้ำ จะลดอาการดังกล่าวได้
น้ำเกลือจะประกอบด้วย โซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือแกงที่ละลายน้ำ โดยมีความเข้มข้นใกล้เคียงกับสารน้ำในร่างกาย
ควรล้างแผลวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้แบคทีเรียกที่บาดแผลลดน้อยลง และควรเก็บน้ำเกลือไว้ในที่อุณหภูมิต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส
|
|
หากเห็นว่าแผลสกปรกมาก หรือไม่สามารถหาน้ำสะอาดมาล้างแผลได้อย่างเพียงพอ อาจทำความสะอาดบริเวณรอบแผลเพิ่มด้วย โดยเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ได้แก่... |
|
|
ยาเอทิล แอลกอฮอล์ จะประกอบด้วย เอทิล แอลกอฮอล์ 70% ในน้ำ ยาชนิดนี้ห้ามรับประทาน ปิดฝาให้สนิทหลังการใช้ และควรเก็บให้พ้นแสงแดด |
หลังจากทำความสะอาดแผลเสร็จแล้ว จึงทำการรักษาแผลโดยใช้ยาสามัญประจำบ้านที่เป็นยาใส่แผลฆ่าเชื้อ ได้แก่...
| ยาใส่แผล โพวิโดน - ไอโอดีน การใช้ยาใส่แผลโพวิโดน - ไอโอดีน จะไม่ทำให้แสบแผลมากนัก หรืออาจไม่แสบแผลเลย หลังการใช้ควรปิดฝาให้สนิท เก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส ระวังไม่ให้ยาเข้าตา และหากมีอาการระคายเคืองหรือผื่นแดงเกิดขึ้นควรหยุดใช้ยา |
|
ท่านควรไปพบแพทย์เมื่อ...