หิด เกิดจาก ตัวหิด ซึ่งเป็นตัวไรเล็ก ๆ อาศัยอยู่ในรูขุมขน ทำให้เกิดตุ่มแดงตรงรูขุมขนและมีอาการคัน ตัวหิดสามารถมีชีวิตอยู่ภายนอกร่างกายของคนเราได้ 2 - 3 วัน

          โรคนี้พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย สามารถติดต่อได้ง่ายโดยการสัมผัสหรือใช้ของร่วมกัน มักพบเป็นพร้อมกันหลายคนในบ้าน บางคนอาจติดต่อโดยการร่วมเพศ ทำให้เกิดตุ่มคันตรงบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์

          อาการของโรคหิด จะมีตุ่มน้ำใส และตุ่มหนองขึ้นกระจายทั้ง 2 ข้างของร่างกาย มักจะพบที่ง่ามนิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อมือ ข้อศอก รักแร้ รอบหัวนม รอบสะดือ ก้น อวัยวะสืบพันธุ์ ข้อเท้า ในเด็กเล็กอาจขึ้นที่หน้าและศีรษะ ผู้ที่เป็นมักจะมีอาการคันมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน

          โรคนี้ติดต่อได้ง่ายต่อการสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง หรือใช้ของร่วมกับผู้ที่เป็น

 

 

การดูแลตนเองเมื่อมีอาการ

การรักษาด้วยยาสามัญประจำบ้าน

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

 

 

การดูแลตนเองเมื่อมีอาการ

  1. ควรรักษาทุกคนในบ้านที่เป็นหรือสงสัยว่าติดโรคพร้อมกัน เพราะถ้าอีกคนรักษาหาย อีกคนไม่รักษา ก็ทำให้เป็นใหม่ได้อีก
  2. พยายามอย่าเกา เพราะอาจลามไปที่อื่นได้ง่าย
  3. ใช้ยารักษาหิด ที่เป็นยาสามัญประจำบ้าน
  4. หิดมักจะชอบอยู่ในเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว เครื่องนอน ควรซักให้สะอาด และผึ่งแดดทุกวัน
  5. ป้องกันตนเองไม่ให้เป็นหิด โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือจับต้องผู้ที่เป็นหิด ไม่นอนบนเตียงเดียวกัน หรือใช้ของร่วมกับผู้ที่เป็นหิด

 

 

การรักษาด้วยยาสามัญประจำบ้าน

ยารักษาหิดเหา เบนซิล เบนโซเอต 25%

          อาบน้ำให้สะอาด ใช้ผ้าหรือแปรงอ่อน ๆ ถูตรงบริเวณที่มีผื่นคันแล้วซับให้แห้งก่อน แล้วจึงทายาให้ทั่วบริเวณที่เป็น

          ทายาทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงแล้วจึงอาบน้ำ  ล้างออก ทาซ้ำใหม่อีกครั้งตามวิธีเดิม ถ้าในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมายังไม่หายขาด ให้ทำซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

          เวลาใช้ต้องระวังอย่าให้เข้าตา

 

 

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

          บางคนที่เกามากจนเกิดตุ่มหนอง พุพอง หรือน้ำเหลืองไหล เนื่องจากมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ ควรจะพบแพทย์ เนื่องจากต้องรักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย

 

3d_basic_home.gif

 


 

         เหา และ โลน

         เหา เป็นโรคที่พบบ่อย โดยเฉพาะในเด็กพบมากกว่าผู้ใหญ่ โรคนี้ติดต่อโดยการสัมผัสใกล้ชิด หรือใช้แปรงผม หวี หรือหมวก ร่วมกับผู้ที่เป็นเหา

          ผู้ที่เป็นเหาจะมีอาการคันศีรษะมาก พบตัวเหาและไข่เหา ซึ่งเห็นเป็นจุดขาว ๆ ติดอยู่บนโคนผม และเส้นผม

          โลน เป็นแมลงตัวเล็ก ๆ แบบเดียวกับเหา แต่จะอยู่ตามขนในบริเวณหัวเหน่า ติดต่อกันโดยการร่วมเพศ หรือใช้เครื่องสุขภัณฑ์ในห้องส้วม หรือใช้เสื้อผ้าร่วมกัน พบมากในวัยรุ่น

           ผู้ที่เป็นโรคโลน จะมีตุ่มแดงหรือรอยบุ๋มตรงกลางของบริเวณที่เป็น ซึ่งจะมีอาการคันมาก และอาจเกาจนกลายเป็นตุ่มหนองพุพอง บางครั้งอาจลุกลามไปที่ต้นขา ลำตัว รักแร้ หนวด ขนตา ขนคิ้ว แต่จะไม่ลามไปที่ผม

   

 

การดูแลตนเองเมื่อมีอาการ

การรักษาด้วยยาสามัญประจำบ้าน

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

 

 

การดูแลตนเองเมื่อมีอาการ

  1. ถ้ามีคนในบ้านเป็นเหาหรือโลนหลายคน ควรรักษาทุกคนพร้อม ๆ กัน เพื่อป้องกันการติดซ้ำอีก และควรป้องกันโดยการรักษาความสะอาด อย่าคลุกคลีหรือใช้ของร่วมกับคนที่เป็น
  2. ผู้ที่เป็นเหาควรตัดผมให้สั้น สระผมบ่อย ๆ ให้สะอาด แล้วใช้หวีเสนียดจุ่มในน้ำร้อนผมน้ำส้มสายชู สางผม
  3. ใช้รักษาษาเหาและโลน ที่เป็นยาสามัญประจำบ้าน

 

 

การรักษาด้วยยาสามัญประจำบ้าน

ยารักษาหิดเหา เบนซิล เบนโซเอต 25%

          ในกรณีที่เป็นเหา ควรสระผมให้สะอาด เช็ดผมให้แห้ง ให้ใส่ยานี้ให้ทั่วบริเวณศีรษะ ทาทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง วันต่อมาสระผมให้สะอาด ถ้าเป็นมากให้ใช้ยา 2 ครั้งต่อวัน

          ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ควรทำซ้ำอีกครั้ง เพราะเป็นระยะที่ไข่เหาที่หลงเหลืออยู่จะฟักตัวอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากยานี้ไม่สามารถทำลายไข่เหาได้

          และควรทำการกำจัดไข่เหา โดยใช้หวีเสนียดสางผม

              ในกรณีที่เป็นโลน ควรโกนขนบริเวณอวัยวะเพศให้เกลี้ยง หลังอาบน้ำเสร็จแล้วให้ทายาทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงค่อยอาบน้ำล้างออก ควรทำซ้ำอีกครั้งในอีก 1 สัปดาห์ต่อมา

 

 

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

          ควรไปพบแพทย์ หากมีการอักเสบแทรกซ้อนเนื่องจากติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจเกิดเนื่องจากการเกา ทำให้ลุกลาม กลายเป็นตุ่มฝีหรือพุพอง และมีต่อมน้ำเหลืองที่คอโต

 

 

3d_basic_home.gif