|
|
โรคกระเพาะ เป็นโรคของทางเดินอาหาร ซึ่งอาจจะมีการอักเสบของกระเพาะอาหาร หรืออาจจะมีแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ อาการที่สำคัญของโรคกระเพาะ คือ ปวดแน่นบริเวณกึ่งกลางหน้าท้องใต้ลิ้นปี่ลงไปจนถึงสะดือ และอาจจะมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว เนื่องจากมีกรดในกระเพาะอาหารมาก |
นอกจากนี้ยังอาจจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนอีกด้วย ถ้ามีแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กก็อาจจะมีเลือดออกมากับอุจจาระ ทำให้อุจจาระมีสีดำ หรืออาเจียนเป็นเลือด ถ้าเป็นเรื้อรังอาจทำให้เป็นโรคโลหิตจาง หากเป็นมากจะทำให้เสียเลือดมาก ช็อคหมดสติ และถึงตายได้
โรคกระเพาะที่สามารถรักษาหรือบรรเทาอาการได้ด้วยยาลดกรด แบ่งออกได้ ดังนี้...
1. โรคกระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน
เกิดจากการรับประทานอาหารมากเกินไป หรือรับประทานอาหารที่มีพิษ ดื่มเหล้า หรือรับประทานยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเยื่อบุกระเพาะอาหาร เช่น ยาแก้ข้ออักเสบ ยาแอสไพริน เป็นต้น ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุภายในกระเพาะอาหารอย่างเฉียบพลัน เกิดอาการปวดท้อง หรือจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ขณะรับประทานอาหาร หรือหลังรับประทานอาหารเล็กน้อย อาจจะมีอาการแน่นท้อง จุกเสียด ร่วมด้วย
กรณีนี้ ถ้ารับประทานยาลดกรดจะหายได้ภายใน 2 - 5 วัน แต่ถ้าไม่หาย หรือกรณีที่เป็นมากจนมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุของโรคและรักษาต่อไป
2. โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง
เกิดจากการรับประทานอาหารรสเผ็ด สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือรับประทานยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเยื่อบุกระเพาะอาหาร
อาการของโรคจะเหมือนกับโรคกระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน แต่อาการจะไม่รุนแรง และเป็น ๆ หาย ๆ เป็นเวลานานนับเดือนนับปี และมักมีอาการจุกแน่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นครั้งคราว
การรักษาจะรักษาตามอาการ คือ ให้ยาลดกรดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้อง หากมีอาการท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ก็จะให้ยาขับลมเพื่อบรรเทาอาการ โดยจะต้องรับประทานยาติดต่อกันนานพอสมควร
3. โรคแผลในกระเพาะอาหาร
เกิดจากการมีกรดมากเกินไปในกระเพาะอาหาร หรือการที่เยื่อบุกระเพาะอาหารอ่อนแอจนไม่สามารถทนต่อกรดและน้ำย่อยได้ ทำให้เกิดแผลขึ้นในกระเพาะอาหาร
อาการที่สำคัญของโรคนี้คือ เริ่มจากการมีอาการปวดหรือจุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่ลงไป โดยเริ่มปวดทีละน้อย แล้วค่อย ๆ ปวดมากขึ้น ๆ เป็นเวลานาน 1/2 - 2 ชั่วโมง จากนั้นก็จะปวดลดลงและหายไป แล้วกลับปวดขึ้นมาใหม่อีกเป็นช่วง ๆ มักจะปวดเวลาท้องว่างหรือเมื่อหิว และในเวลากลางคืนประมาณตี 1 - ตี 2 และมักมีอาการแน่นท้องอีกด้วย
อาการปวดเนื่องจากโรคแผลในกระเพาะอาหารนี้จะบรรเทาลงได้เมื่อรับประทานยาลดกรดหรือรับประทานอาหาร แต่บางคนกลับมีอาการปวดเมื่อรับประทานอาหาร
โรคแผลในกระเพาะอาหารนี้มักเป็นเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ บางทีหายไปเป็นปี แล้วกลับเป็นขึ้นมาใหม่อีก โรคนี้ถ้าไม่มีการดูแลรักษาให้ถูกต้อง อาจเป็นแผลลึกถึงเส้นเลือด ทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร ซึ่งสังเกตได้จากการถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ และอาจมีกลิ่นเหม็นรุนแรง บางรายอาจอาเจียนเป็นเลือด ถ้าแผลลุกลามจนกระเพาะทะลุ จะมีอาการปวดท้องรุนแรงอย่างเฉียบพลัน จนถึงเป็นลมหมดสติ และถึงแก่ความตายได้ กรณีเช่นนี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการผ่าตัดช่วยชีวิตโดยด่วน
4. โรคแผลบริเวณลำไส้เล็กส่วนต้นที่ติดกับกระเพาะอาหาร
มีอาการปวดท้องหลังจากรับประทานอาหาร 1 - 3 ชั่วโมง และปวดท้องตอนกลางคืนหลังนอนหลับ 2 - 3 ชั่วโมง
บรรเทาอาการได้ด้วยยาลดกรดหรือรับประทานอาหาร ซึ่งจะทำให้อาการทุเลาลงได้ภายใน 5 - 30 นาที
|
วิธีป้องกันตนเองไม่ให้เป็นโรคกระเพาะ ทำได้ดังนี้...
|
ยาเม็ดลดกรดอะลูมินา - แมกนีเซีย
|
|
ประกอบด้วยตัวยาอะลูมิเนียมไฮดร็อกไซด์ และ แมกนีเซียมไฮดร็อกไซด์ ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่าง เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วยาจะไปเจือจางกรดในกระเพาะอาหาร มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดท้อง จุกเสียด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ เนื่องจากมีกรดในกระเพาะอาหารมาก หรือมีแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ |
ขนาดการรับประทานในแต่ละครั้งต้องดูจากฉลากหรือเอกสารกำกับยา ซึ่งยาแต่ละยี่ห้ออาจจะมีขนาดการรับประทานที่ไม่เท่ากันได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณตัวยาที่มีอยู่ในเม็ดยา
การรับประทานให้รับประทานยาครั้งแรกเมื่อมีอาการปวดท้อง หรือจุกเสียด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ หากอาการยังไม่หาย ก็ให้รับประทานต่อ โดยรับประทานก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง หรือหลังอาหาร 1 ชั่วโมง แล้วแต่สะดวก และให้รับประทานติดต่อกันได้นาน 2 สัปดาห์ แต่ถ้ายังไม่หายต้องไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์รักษาต่อไป
ข้อแนะนำในการใช้ยา
|
ยาน้ำลดกรดอะลูมินา - แมกนีเซีย ยานี้เหมือนกับยาเม็ดลดกรดอะลูมินา - แมกนีเซีย ต่างกันที่เป็นยาน้ำเท่านั้น ดังนั้น ก่อนรับประทานจะต้องเขย่าขวดให้ตัวยากระจายตัวก่อนรินยา |
|
ท่านควรไปพบแพทย์หากมีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อที่มีลักษณะดังต่อไปนี้