โรคพยาธิ  เกิดขึ้นได้กับทุกบุคคล ทุกเพศ ทุกวัย อาการของโรคที่เกิดขึ้นแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของพยาธิ

          เมื่อมีพยาธิอยู่ในร่างกาย แม้ร่างกายจะไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลย แต่พยาธิก็คอยแย่งอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ในเด็กอาจมีผลให้การเจริญเติบโตช้าได้

 

ชนิดของโรคพยาธิ

วิธีป้องกันตนเองไม่ให้เกิดโรคพยาธิ

การรักษาด้วยยาสามัญประจำบ้าน

 

 

ชนิดของโรคพยาธ ที่พบบ่อย ๆ ได้แก่...

1. โรคพยาธิไส้เดือน

          เกิดจากการรับประทานไข่พยาธิที่ติดอยู่ตามมือ หรือปนมากับอาหาร ผักสด หรือน้ำดื่ม

          ในอุจจาระของคนที่เป็นโรคดังกล่าว จะสังเกตพบตัวพยาธิไส้เดือน และมักมีอาการปวดท้อง - ท้องเสียบ่อย ๆ, ท้องอืด, รับประทานอาหารมากแต่ผอม เพราะพยาธิจะแย่งอาหาร

          ในเด็ก ถ้ามีพยาธิอยู่มากจะทำให้เกิดการอุดตันของลำไส้ ทำให้ปวดท้อง ท้องอืด มีลักษณะพุงโรก้นปอด ขาดอาหาร และร้องกวนเสมอ และถ้ามีการอุดตันมากก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ บางครั้งอาจอาเจียนเป็นตัวพยาธิไส้เดือนออกมาทางปากหรือจมูกได้

 

2. โรคพยาธิเส้นด้ายหรือเข็มหมุด

          เกิดจากการรับประทานไข่พยาธิที่ติดอยู่ตามมือ หรือปนกับอาหาร หรือน้ำดื่ม อาการที่พบบ่อย คือ คันบริเวณทวารหนัก โดยเฉพาะตอนกลางคืน ทำให้นอนไม่หลับ อาจมีอาการปวดท้อง - คลื่นไส้แต่ไม่มาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

          ในเด็กเล็กจะร้องกวนบ่อย ๆ ในตอนกลางคืน ถ้าใช้ไฟฉายส่องดู อาจจะเห็นพยาธิตัวเล็ก ๆ ตามบริเวณทวารหนัก

  

3. โรคพยาธิปากขอ

          เกิดจากผู้ที่เป็นโรคพยาธินี้ ถ่ายอุจจาระลงตามพื้นดิน ไข่พยาธิที่ปนออกมากับอุจจาระจะฟักออกมาเป็นตัวอ่อนอยู่ตามพื้นดินที่ชื้นแฉะ เมื่อใครไปเหยียบเข้าโดยไม่ได้สวมรองเท้า พยาธิจะไชผ่านผิวหนังของเท้าเข้ากระแสเลือด

          ผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวอาจเกิดโลหิตจาง มีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเป็นมูกเลือด และมีไข้ต่ำ ๆ ต่อมาจะมีอาการปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ ท้องอืด ซีด อ่อนเพลีย เหนื่อย หอบ ถ้าเป็นนานจะบวมตามบริเวณหน้าและแขนขา

  

4. โรคพยาธิแส้ม้า

          เกิดจากการรับประทานไข่พยาธิที่ปนมากับอาหารหรือน้ำดื่ม หากมีพยาธิจำนวนไม่มาก จะไม่มีอาการแสดงให้เห็น แต่ถ้ามีพยาธิจำนวนมากขึ้นจะทำให้เกิดเป็นแผลที่ผนังลำไส้และเกิดเลือดออกอย่างเรื้อรัง ทำให้เป็นโรคโลหิตจาง และมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียตามมา ทำให้เกิดเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ ทวารหนักอักเสบ บางครั้งจะพบลำไส้ส่วนปลายปลิ้นออกมาได้ ผู้ป่วยจะมีอาการนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ท้องอืดและท้องเดินเรื้อรังได้

 

 

วิธีป้องกันตนเองไม่ให้เกิดโรคพยาธิ

pin_blue.gif อาบน้ำบ่อย ๆ โดยเฉพาะหลังตื่นนอนตอนเช้า และเสื้อผ้าที่สวมในตอนกลางคืนควรซักให้สะอาดเสมอ

pin_green.gif ตัดเล็บให้สั้น อย่าแทะเล็บ หรือเกาบริเวณทวารหนัก

pin_orange.gif ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร และหลังถ่ายอุจจาระ

pin_purple.gif ถ่ายอุจจาระในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ

pin_red.gif ทำความสะอาดส้วมและห้องน้ำให้สะอาด

pin_blue.gif รับประทานอาหารที่สุก และดื่มน้ำที่สะอาด

pin_green.gif สวมรองเท้าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

pin_orange.gif ระวังอย่าให้เด็กหยิบของเล่นเข้าปาก หรือรับประทานอาหารที่ตกลงพื้น

 

 

 

การรักษาด้วยยาสามัญประจำบ้าน

ยาถ่ายพยาธิตัวกลมมีเบนดาโซล

 

          ใช้รับประทานเพื่อถ่ายพยาธิตัวกลม ได้แก่ พยาธิเส้นด้าย พยาธิปากขอ พยาธิไส้เดือน พยาธิเข็มหมุด และพยาธิแส้ม้า

          การรับประทานยา

          เด็กอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป รวมทั้งผู้ใหญ่ ที่เป็นโรคพยาธิเส้นด้ายและพยาธิเข็มหมุด ให้รับประทานยาครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหารเย็นเพียงครั้งเดียว

          แต่ถ้าเป็นโรคพยาธิตัวกลมอื่น ๆ เช่น พยาธิปากขอ พยาธิไส้เดือน และ พยาธิแส้ม้า ให้รับประทานยาครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า และ หลังอาหารเย็น โดยรับประทานติดต่อกัน 3 วัน และซ้ำอีก 1 เม็ดเมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์

           ควรเคี้ยวยาให้ละเอียดก่อนกลืนยาพร้อมกับน้ำ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาระบายร่วมด้วย

           เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ห้ามรับประทานยานี้ และไม่ควรใช้ในหญิงมีครรภ์ระยะ 3 เดือนแรก และผู้ที่เป็นโรคตับ

   

3d_basic_home.gif