ยาเก่า VS คนแก่ ...จะดูแลอย่างไร
ภญ.จินตนา แสงโพธิ์
![]()
ผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวกันหลายอย่าง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ดังนั้น ยาที่จะต้องรับประทานจึงมีหลายชนิด และมีวิธีใช้ต่าง ๆ กัน แต่คนที่อายุมากแล้ว หูตาก็ย่อมจะฝ้าฟาง อ่านฉลากยาไม่ชัดเจน ผู้สูงอายุบางรายก็ต้องอยู่บ้านคนเดียวในช่วงกลางวัน เพราะลูกหลานไปทำงานหรือเรียนหนังสือกันหมด
|
|
ในกรณีอย่างนี้ ลูกหลานควรมีวิธีการดูแลเป็นพิเศษค่ะ โดยอาจจะจัดยาเฉพาะมื้อไว้ให้เฉพาะวันต่อวัน เพื่อให้หยิบใช้ได้ง่าย แต่ไม่ควรจัดยาไว้หลายมื้อหรือหลายวันแล้วให้พร้อม ๆ กันนะคะ เพราะผู้สูงอายุหลายคนมีอาการความจำเสื่อม หรือหลงลืมเป็นครั้งคราว อาจจำไม่ได้ว่ารับประทานไปแล้วหรือยัง แล้วรับประทานซ้ำจะทำให้ได้รับยาเกินขนาด ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง หรือในบางครั้งก็อาจจะไม่ได้รับประทานยาเลย เพราะสับสนในเรื่องของเวลา เมื่อลูกหลานสอบถามว่ารับประทานยาหรือยัง ก็อาจตอบว่ารับประทานแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าคำถามและคำตอบจะเป็นมื้อเดียวกันหรือไม่ |
เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อยู่บ่อย ๆ ค่ะ ถ้าไม่ได้เป็นยาที่แสดงอาการโดยทันทีก็คงไม่ทราบ ทำให้การรักษาไม่ได้ผลจนเกินจะแก้ไขได้ง่าย จึงควรจะระวังกันให้ดีนะคะ
วิธีสังเกตง่าย ๆ ว่าผู้สูงอายุในบ้านของเรามีปัญหารับประทานยาผิด ๆ หรือหลงลืมรับประทานยาหรือไม่ โดยเฉพาะในรายที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำตามเวลานัดหมาย ก็คือ... จำนวนยาที่ใช้อาจไม่ครบถึงวันนัดของแพทย์ ก็สงสัยว่าอาจจะรับประทานยาเกินขนาด แต่หากมียาเก่า ๆ เหลืออยู่เยอะ ซึ่งผู้ป่วยอาจจะแจ้งญาติที่ไปรับยาแทนให้บอกหมอว่าไม่รับยาบางตัวเพราะเหลืออยู่เยอะ เช่นนี้ก็เป็นไปได้ว่าผู้ป่วยไม่ได้รับประทานยาครบตามแพทย์สั่งค่ะ เพราะโดยปกติ แพทย์จะสั่งยาให้ตามระยะเวลาที่ประเมินแน่นอนแล้วว่า หากปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด ยาจะต้องหมดพอดีหรือเกือบหมดตามเวลานัดหมาย แต่หากมียาเหลืออยู่ ทั้งที่ไม่ได้ไปซื้อหรือไม่ได้ไปรับยามาเพิ่มก็อาจเป็นไปได้ว่า...
|
|
|
เนื่องจากอันตรายที่เกิดจากการได้รับยาไม่ครบขนาดตามแพทย์สั่ง หรือได้รับยาเกินขนาดกว่าที่แพทย์สั่งใช้ อาจมีผลให้การรักษาไม่ได้ผล หรือเกิดอันตรายรุนแรงถึงชีวิตได้ คุณผู้อ่านจึงน่าจะลองสำรวจดูว่าผู้สูงอายุในบ้านมีการใช้ยาผิดหรือไม่นะคะ
และอาจมีการป้องกันความผิดพลาดดังกล่าว โดยคุณเป็นผู้จัดยาไว้ให้ท่านทุก ๆ เช้า เป็นการจัดยาไว้ให้วันต่อวัน และแบ่งแต่ละมื้อแยกกันให้ชัดเจนโดยใช้ภาชนะบรรจุแยกส่วนกันหรือใช้ภาชนะบรรจุที่แตกต่างกัน ให้รู้ว่าเป็นมื้อเช้า มื้อเที่ยง มื้อเย็น หรือก่อนนอน และในตอนเย็นของวันเดียวกันหรือในตอนเช้าของวันต่อมาก็สำรวจดูว่ายาในภาชนะที่จัดไว้ยังเหลืออยู่หรือได้ใช้ไปแล้ว
นอกจากนี้ ก็ควรเก็บยาอื่น ๆ ในบ้านไว้ให้อยู่ในสภาพที่ตรวจสอบได้ เพราะอาจเสี่ยงที่ผู้สูงอายุบางท่านจำไม่ได้ว่าตนได้รับประทานยาไปแล้วหรือยัง จึงรับประทานซ้ำ ๆ ทำให้ยาหลายสิบเม็ดหมดภายในเวลา 1-2 วัน จนเกิดอาการพิษจากการใช้ยาเกินขนาดได้
|
เมื่อได้รับยาใหม่มาเพิ่ม แต่ก็ยังมียาเก่าเหลือ มีวิธีการเก็บรักษาดังนี้ค่ะ... 1. ยาประเภทเม็ดเปลือย (ไม่บรรจุในแผง) ยาประเภทนี้มีโอกาสชื้นเสียได้ง่าย เพราะมีการเปิดใช้บ่อย และอาจปิดซองยาหรือกระปุกยาไม่สนิท ยิ่งหากเทยาเก่าและยาใหม่รวมกัน ก็อาจทำให้ยาใหม่ที่ได้มาชื้นไปด้วยและมีอายุการใช้งานสั้นลง วิธีการที่ถูกต้องในการเก็บยาชนิดเดียวกันที่ได้รับมาต่างช่วงเวลาคือ ให้แยกเก็บยาใหม่ไว้ต่างซองหรือต่างกระปุกใส่ยา แต่อาจเก็บไว้ใกล้กันเพื่อให้สามารถรับรู้ได้ว่าเป็นยาชนิดเดียวกัน และอาจทำเครื่องหมายเลข 1 และ 2 หรือตัวอักษร "ใช้ก่อน" ไว้ด้วยเพื่อให้สังเกตลำดับการใช้ได้ง่าย แล้วใช้ยาที่เหลืออยู่เดิมให้หมด จากนั้นจึงเริ่มใช้ยาที่ได้รับมาใหม่ต่อ |
|
2. ยาประเภทบรรจุแผงฟลอยด์อลูมิเนียม ให้ถือหลักว่า ยาชนิดเดียวกันที่ได้รับมาก่อนก็ต้องใช้ก่อน ยาที่ได้รับมาทีหลังก็ใช้ทีหลัง ถ้าจะรวมเก็บในซองเดียวกันก็ให้รู้ว่าควรจะหยิบยาเก่ามาใช้ก่อน หรือถ้าจะให้ดีก็ควรได้มีการตรวจสอบวันหมดอายุบนแผงยา และใช้ยาที่จะถึงวันหมดอายุเร็วกว่าให้หมดก่อน
3. ยาน้ำ หากมียาชนิดเดียวกันหลายขวด ก็ควรใช้ให้หมดเป็นขวด ๆ ไป ไม่เปิดใช้ซ้ำซ้อนทีเดียวหลายขวดนะคะ
ในกรณีที่แพทย์สั่งเปลี่ยนยาชนิดใหม่ และมีการหยุดใช้ยาเดิมบางตัว ก็ต้องให้แน่ใจว่าได้มีการหยิบเอายาเดิมที่แพทย์ให้งดใช้แยกออกไปแล้วนะคะ มิฉะนั้นผู้ป่วยสูงอายุอาจจะนำไปรับประทานซ้ำร่วมกับยาตัวใหม่และเกิดอันตรายได้ ยาที่แพทย์งดใช้จะนำไปทิ้งเลยก็ได้ค่ะ เพื่อป้องกันการสับสนแล้วนำกลับมาใช้ต่อ แต่หากไม่แน่ใจว่ายาตัวไหนที่แพทย์สั่งให้หยุดใช้หรือตัวไหนที่ต้องเริ่มใช้ใหม่ ก็ควรสอบถามเภสัชกรให้แน่ใจในเวลาที่ไปรับยานะคะ
ผู้สูงอายุเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญในครอบครัวที่ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ ...ยอมเสียเวลาวันละนิดเพื่อท่านเหล่านี้ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังว่าไม่มีโอกาสได้ทำอีกแล้วนะคะ อ่านบทความนี้จบแล้ว อย่าลืมนำความรู้ในการดูแลยาเก่า-คนแก่ไปใช้กันนะคะ