นศ.ภ.ณัฐกานต์ แพทจิตร
โรคขาดเอ็นซัยม์ G-6-PD (G-6-PD Deficiency)
![]()
G-6-PD หรือ Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase เป็นเอ็นซัยม์ชนิดหนึ่งที่อยู่ในเซลล์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในขบวนการการใช้พลังงานและสร้างสารต่างๆในเซลล์ สารสำคัญที่ได้จากขบวนการนี้คือ NADPH ซึ่งใช้ในขบวนการกำจัดสารที่เป็นพิษต่อเซลล์ หรือสิ่งแปลกปลอมออกไป เซลล์ที่มีความจำเป็นต้องพึ่งขบวนการนี้มาก ได้แก่ เม็ดเลือดแดง เนื่องจากไม่มีนิวเคลียสและส่วนประกอบอื่นๆที่ทำหน้าที่ทำลายสารพิษได้
โรคขาดเอ็นซัยม์ G-6-PD เป็นโรคทางพันธุกรรม เกิดจากความผิดปกติของยีนที่สร้างเอ็นซัยม์ดังกล่าวทำให้สร้างเอ็นซัยม์นี้ไม่ได้ ความสำคัญก็คือ เอ็นซัยม์นี้มีความสำคัญในการสร้างสาร Glutathione ซึ่งมีหน้าที่ทำลาย oxidizing agents ต่างๆที่เกิดขึ้นจากยาหรือภาวะการติดเชื้อต่างๆให้หมดฤทธิ์ไป ความสำคัญของเอ็นซัยม์นี้อยู่ที่เม็ดเลือดแดง
![]()
โรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมทางโครโมโซมเพศ
ผู้ชายจะเป็นโรค โดยได้รับยีนมาจากมารดาที่เป็นพาหะพ่อที่เป็นโรค
จะถ่ายทอดพาหะให้ลูกสาวทุกคน
ผู้ที่มีภาวะขาดเอนไซม์
G-6-PD ส่วนมากจะมีสุขภาพดีไม่แสดงอาการผิดปกติให้เห็น แม้จะมีการตรวจนับเม็ดเลือดก็ให้ผลเกือบปกติ
แต่ถ้ามีภาวะเจ็บป่วยขึ้นมา เช่น การติดเชื้อ
การได้รับยาบางชนิด มีภาวะกรดเกินจากโรคเบาหวาน การรับประทานถั่วปากอ้าดิบๆสุกๆ
ก็จะทำให้เกิดมีอาการขึ้นมา โดยที่เม็ดเลือดแดงจะถูกทำลายมากผิดปกติ

สารหรือยาที่ทำให้เกิดเม็ดเลือดแดงแตกได้บ่อย ได้แก่ ยารักษามาเลเรียบางชนิด, ยาซัลฟา,ยาปฏิชีวนะบางชนิด และถั่วปากอ้า เป็นต้น นอกจากนี้การติดเชื้อต่างๆเช่น เป็นไข้หวัด หลอดลมอักเสบ ก็ทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกได้ จึงจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบและรัก ษารวมทั้งเลี่ยงยาที่อาจทำให้เกิดอาการได้
อาการที่เกิดขึ้นเมื่อได้ยาพวกนี้
|
|
การรักษา![]()
การรักษาเป็นการรักษาแบบประคับประคอง
เช่น การให้เลือด, การให้น้ำอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันไตวาย ส่วนการแตกของเม็ดเลือดแดงจะหยุดได้เอง
โรคนี้ยังรักษาไม่หายขาดในขณะนี้
สิ่งที่ดีที่สุดคือ
คือ
การให้คำปรึกษาและร่วมวางแผนระหว่างครอบครัวและแพทย์
การหาผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและการให้คำแนะนำและปรึกษาเกี่ยวกับโรคจะทำให้โอกาสให้กำเนิดบุตรที่เกิดมาเป็นภาระต่อพ่อแม่น้อยลง ![]()
การปฏิบัติตัว
![]()
![]()
1. แจ้งให้แพทย์ทราบเสมอว่าเป็นโรคนี้
2. เมื่อเกิดอาการไม่สบาย ควรปรึกษาแพทย์และไม่ซื้อยากินเอง
3. เมื่อเกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตก ควรเข้าโรงพยาบาลเพื่อให้การรักษาทันที
4. หลีกเลี่ยงยาหรือสารที่อาจทำให้เกิดอาการ
5. เมื่อจะมีบุตรควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เรื่องการถ่ายทอดไปยังลูกเพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจวางแผนครอบครัว
www.thailabonline.com